สถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะขาดแคลนกำลังกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ส่งแรงกระแทกโดยตรงถึงผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ จนระบบโลจิสติกส์ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณใกล้ถึงจุดชะงักงัน
ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลหลังการประชุมด่วนร่วมกับผู้ประกอบการ MSME จากทั้ง 76 จังหวัด พบว่าสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้มีความตึงตัวอย่างรุนแรงทั้งในแง่ของราคาที่พุ่งสูงและปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะภาคการขนส่งที่เริ่มประสบปัญหาความไม่ต่อเนื่องในเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทำให้ยอดขายทั้งในและต่างประเทศหดตัวลงอย่างน่าตกใจ
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องต้นทุน แต่ลามไปถึงการเข้าถึงทรัพยากรพื้นฐาน โดยในหลายพื้นที่เริ่มมีการจำกัดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันต่อคันในสถานีบริการ บางแห่งเกิดปรากฏการณ์น้ำมันหมดจนรถบรรทุกสินค้าต้องจอดรอคิวเป็นเวลานาน หรือต้องยอมขับรถออกไปหาที่เติมในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้ต้นทุนการดำเนินงานพุ่งสูงเกินกว่าที่ธุรกิจขนาดเล็กจะรับไหว จนผู้ประกอบการจำนวนมากต้องปรับแผนด้วยการรวบรวมคำสั่งซื้อให้ได้ปริมาณมากพอก่อนถึงจะออกรถส่งของได้ ส่งผลให้การกระจายสินค้าเกิดความล่าช้าไปทั้งระบบ
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยมองว่า หากรัฐบาลยังปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อไปโดยไม่มีมาตรการแก้ไขที่ชัดเจน อาจเกิด "เอฟเฟกต์โดมิโน" ที่ทำให้ผู้ประกอบการทยอยปิดกิจการลง กระทบต่อการจ้างงาน และลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจฐานรากที่ยากจะควบคุม จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการเข้าตรวจสอบสต็อกน้ำมันของโรงกลั่นและบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่างโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่ามีการจัดสรรน้ำมันอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งดูแลเสถียรภาพราคาเพื่อประคับประคองให้ฟันเฟืองเล็กๆ ของเศรษฐกิจไทยยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ก่อนที่จะสายเกินไป

