DOT สหรัฐเล็งใช้ AI ร่างกฎระเบียบในไม่กี่นาที จุดชนวนกังวลมาตรฐานความปลอดภัย
กระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (Department of Transportation: DOT) กำลังพิจารณาการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการร่างกฎระเบียบของหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาการทำงานจากหลายเดือนหรือหลายปี ให้เหลือเพียงไม่กี่นาที แนวคิดดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านรายงานของ ProPublica ซึ่งระบุว่า DOT มอง AI เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามา “ปฏิวัติวิธีการเขียนกฎ” ของภาครัฐอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้กลับจุดกระแสความกังวลในวงกว้าง โดยเฉพาะประเด็นด้านคุณภาพและความปลอดภัยของกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเดินทางและยานพาหนะ
รายงานระบุว่า Gregory Zerzan ที่ปรึกษากฎหมายของ DOT เป็นหนึ่งในผู้ผลักดันแนวคิดนี้อย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและปริมาณของกฎระเบียบมากกว่าความสมบูรณ์ของเนื้อหา เขาระบุว่า กฎระเบียบไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ หรือแม้แต่ดีมาก แค่ “ดีพอ” ก็เพียงพอ พร้อมอธิบายแนวทางดังกล่าวด้วยถ้อยคำว่าเป็นการ “ถมพื้นที่ด้วยกฎระเบียบ” ซึ่งสร้างความไม่สบายใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจาก DOT เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของสาธารณะโดยตรง
แรงผลักดันสำคัญของแนวคิดนี้คือเรื่องของเวลา กระบวนการร่างและปรับปรุงกฎระเบียบของรัฐบาลกลางสหรัฐในปัจจุบันมักใช้เวลานานตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี ขณะที่ AI อย่าง Google Gemini สามารถสร้างร่างกฎได้ภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที Zerzan ระบุว่า การร่างกฎหนึ่งฉบับไม่ควรใช้เวลามากกว่า 20 นาที และตั้งเป้าหมายให้กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่แนวคิดจนถึงร่างกฎที่พร้อมส่งให้สำนักงานกำกับดูแลด้านข้อมูลและกฎระเบียบพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ProPublica ยังรายงานว่า มีการเสนอแนวคิดให้ AI เขียนเนื้อหากฎระเบียบในสัดส่วนสูงถึง 80–90% ส่วนบทบาทของมนุษย์จะเหลือเพียงการตรวจสอบ แก้ไข และลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดหรือปัญหา hallucination ซึ่งเป็นการสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของ AI
อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ อดีตเจ้าหน้าที่และพนักงานบางส่วนของหน่วยงานออกมาแสดงความกังวลอย่างชัดเจน โดย Mike Horton เปรียบเปรยว่า การใช้ Gemini เขียนกฎระเบียบก็ไม่ต่างจากการให้เด็กฝึกงานระดับมัธยมปลายมาดูแลงานด้านกฎ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในความน่าเชื่อถือของ AI สำหรับภารกิจที่มีผลกระทบต่อสาธารณะในวงกว้าง
ท้ายที่สุดแล้ว การนำ AI มาใช้ในกระบวนการออกกฎระเบียบอาจให้ทั้งโอกาสและความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับระดับการมีส่วนร่วมของมนุษย์ในการกลั่นกรอง ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพของเนื้อหา แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพ แต่แนวคิดที่ตั้งเป้าเพียงแค่ “ดีพอ” สำหรับกฎระเบียบด้านความปลอดภัย ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวล และอาจกลายเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลสหรัฐต้องเผชิญในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะมากขึ้น

