คาร์บอนฟุตพริ้นท์ พลิกเกมโลจิสติกส์ไทย สู่การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเปิดหลักสูตร “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง (Carbon Footprint for Organization: CFO for Transportation)” ภายใต้แนวคิด “คาร์บอนฟุตพริ้นท์กับโลจิสติกส์ยุคใหม่” เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์สามารถปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ควบคู่กับการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมสัมมนาได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569
ภาคโลจิสติกส์และการขนส่งถือเป็นหนึ่งในกลไกหลักของระบบเศรษฐกิจไทย การปรับตัวสู่การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าและผู้บริโภค รวมถึงรองรับกติกาการค้าระหว่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับหลักสูตรดังกล่าว จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมแคนทารี อมตะ บางปะกง จังหวัดชลบุรี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการโลจิสติกส์จากบริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ แนวคิด และเครื่องมือที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในภาคธุรกิจ พร้อมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
เนื้อหาการอบรมมุ่งเน้นตั้งแต่การสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร วิธีการคำนวณและจัดเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง ตลอดจนแนวทางการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดการใช้พลังงานและเชื้อเพลิง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งอย่างเป็นระบบ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการสามารถรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวสรุปว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการขนส่งไทย ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคลกว่า 37,166 ราย ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่โลจิสติกส์ยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

