ท่ามกลางมรสุมราคาพลังงานที่ผันผวนจากชนวนเหตุความตึงเครียดในตะวันออกกลาง "ไปรษณีย์ไทย" ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งของชาติได้ตัดสินใจขยับตัวครั้งสำคัญด้วยการเร่งเครื่องยุทธศาสตร์ "EV-Driven Logistics" เพื่อปรับโฉมองค์กรสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดแบบครบวงจร โดยมุ่งหวังให้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นหัวเจาะหลักในการสร้างเสถียรภาพให้กับโครงข่ายโลจิสติกส์ไทยในระยะยาว ลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นับวันจะควบคุมต้นทุนได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ซีอีโอไปรษณีย์ไทย ยอมรับว่าที่ผ่านมาต้นทุนเชื้อเพลิงซึ่งเป็นหัวใจหลักของงานบริการได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โลก แม้ว่าในส่วนของบริการไปรษณีย์พื้นฐานอย่างจดหมายหรือพัสดุลงทะเบียนจะยังคงยืนหยัดตรึงราคาเดิมเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน แต่สำหรับบริการเชิงพาณิชย์อย่าง EMS และ eCo Post มีความจำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 3 บาทต่อชิ้น ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนนี้เป็นต้นไป เพื่อประคองมาตรฐานการนำจ่ายให้รวดเร็วแม่นยำเช่นเดิม
จุดเปลี่ยนที่น่าสนใจของการทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยน "รถน้ำมัน" เป็น "รถไฟฟ้า" แต่เป็นการรีดีไซน์ระบบโลจิสติกส์ใหม่ทั้งกระดาน โดยมีการนำข้อมูลมหาศาลมาวิเคราะห์เพื่อจัดเส้นทางเดินรถใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ต้องหยุดรับส่งบ่อยครั้ง ซึ่งรถ EV สามารถสำแดงสมรรถนะได้เต็มที่ ช่วยลดต้นทุนพลังงานได้สูงถึง 30-40% เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปแบบเดิม แถมยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีกกว่าร้อยละ 30 ตอบโจทย์เทรนด์โลกสีเขียวอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังไม่ได้มองแค่ตัวรถ แต่ยังวางแผนสร้าง "ระบบนิเวศพลังงานสะอาด" ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าในจุดยุทธศาสตร์และโครงการ Solar Rooftop บนหลังคาศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาใช้เองภายในองค์กร เป็นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงจากราคาพลังงานโลกที่ไม่มีความแน่นอน พร้อมทั้งมีทีม War Room ติดตามสถานการณ์พลังงานแบบเรียลไทม์เพื่อให้สามารถปรับแผนการเดินรถได้ทันทีหากเกิดภาวะวิกฤต
สำหรับโรดแมปในระยะ 5 ปีข้างหน้า ไปรษณีย์ไทยเตรียมสร้างปรากฏการณ์ "กองทัพมดพลังงานสะอาด" แบบก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าให้แตะระดับเกือบพันคันภายในปี 2572 ขณะที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่พี่ไปรฯ ใช้ขี่นำจ่ายจะขยายตัวอย่างรุนแรงจากหลักร้อยคันสู่หลัก 3,000 คันในช่วงปี 2571-2572 สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ขององค์กร 140 กว่าปีที่พร้อมจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซด้วยพลังงานที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

