กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดฉากขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในปี 2570 อัดฉีดงบประมาณลงทุนรวมสูงถึง 229,769 ล้านบาท ลุยพัฒนาโครงการสำคัญรวม 262 โครงการทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นน้ำหนักไปที่ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีฐานประชากรสูงแล้ว ยังถือเป็นหัวใจเชิงยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงการค้าและการขนส่งข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค
หัวเจาะสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคอีสานคือการขนส่งระบบราง โดยมีสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ทำหน้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการกระจายเส้นทางไปสู่ทั้งอีสานเหนือและอีสานใต้ โดยเฉพาะเส้นทาง รถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร มูลค่า 44,095 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจ่อเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในไตรมาสแรกของปี 2570 เพื่อเริ่มปักเสาเข็มก่อสร้างในปี 2571 และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2575
โครงการรถไฟทางคู่สายจิระ–อุบลราชธานีนี้ จะทอดผ่านพื้นที่ 4 จังหวัดยุทธศาสตร์ ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเกษตรกรรม การค้า และการท่องเที่ยวชายแดน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนทางรางที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่โครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่อย่างรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น แต่รถไฟทางคู่จะกลายเป็นทางเลือกหลักในการเดินทาง และช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
นอกจากระบบรางแล้ว ทางอากาศก็เร่งสปีดไม่แพ้กัน โดย นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เผยความคืบหน้าในการยกระดับ "ท่าอากาศยานบุรีรัมย์" เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและรองรับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง MotoGP โดยได้เปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารหลังใหม่เนื้อที่กว่า 25,500 ตารางเมตร เพิ่มความสามารถในการรองรับผู้โดยสารพุ่งสูงถึง 1,000 คนต่อชั่วโมง หรือราว 2.8 ล้านคนต่อปี ปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) ของอีสานใต้
พร้อมกันนี้ กรมท่าอากาศยานยังได้เร่งรัดงานต่อเติมความยาวรันเวย์จาก 2,100 เมตร ขยายเป็น 2,990 เมตร รวมถึงการขยายแท็กซี่เวย์ ลานจอดเครื่องบินขนส่งสินค้า และอาคารคลังสินค้า ด้วยงบประมาณ 949 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าก่อสร้างไปแล้วกว่า 97.08% และคาดว่าทุกระบบจะพร้อมเปิดใช้งานสมบูรณ์แบบภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับเที่ยวบินพาณิชย์ขนาดใหญ่และเที่ยวบินขนส่งสินค้าข้ามแดนจากต่างประเทศ
สำหรับประตูด่านแรกในการเข้าสู่ภาคอีสานอย่าง "จังหวัดนครราชสีมา" กรมทางหลวงได้เร่งสปีดโครงการมอเตอร์เวย์สาย M6 (บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา) โดยงานก่อสร้างโยธาคืบหน้าไปแล้ว 99.24% คาดว่าจะเปิดทดลองให้บริการฟรีตลอดเส้นทางในปลายปี 2569 ก่อนจะเริ่มเก็บค่าผ่านทางเต็มรูปแบบในปี 2570 ซึ่งจะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและทลายปัญหาการจราจรติดขัดสะสมในช่วงเทศกาลได้อย่างเห็นผล
ปิดท้ายด้วยความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ–นครราชสีมา) ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ที่ปัจจุบันมีความคืบหน้าภาพรวมการก่อสร้างอยู่ที่ 55.27% โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2573 ในขณะที่ระยะที่ 2 (นครราชสีมา–หนองคาย) วงเงิน 341,351 ล้านบาท กำลังเร่งทำ TOR และเตรียมเปิดประมูลภายในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และพร้อมเชื่อมต่อโครงข่ายรางความเร็วสูงไทย-ลาว-จีน ได้เต็มรูปแบบภายในปี 2574
ภาพรวมการอัดฉีดเม็ดเงินคมนาคมลงสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสร้างถนนหรือทางรถไฟ แต่คือการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปลดล็อกศักยภาพของพื้นที่ กระจายความเจริญและเม็ดเงินท่องเที่ยวลงสู่ชุมชน ควบคู่กับการสร้างแต้มต่อทางการค้าชายแดน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยในภาคอีสานสามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดบนเวทีระดับภูมิภาค

