ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาพลังงาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคธุรกิจโลจิสติกส์ทั่วโลกกำลังเผชิญกับ “Polycrisis” หรือ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จึงเร่งเดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้ประกอบการไทย ผ่านการอบรมหลักสูตร “Polycrisis Logistics : ผลกระทบและกลยุทธ์รับมือสำหรับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน” เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ภายใต้โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องราคาอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันด้าน “ความสามารถในการอยู่รอด” และการบริหารความเสี่ยงในสถานการณ์ที่คาดเดาได้ยาก ผู้ประกอบการที่สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นสูง และนำข้อมูลรวมถึงเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นกลุ่มที่ได้เปรียบในระยะยาว
สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์โจทย์จริงที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ ผ่านองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ ซัพพลายเชน และการค้าระหว่างประเทศ จากสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจผลกระทบเชิงลึก และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้จริง
เนื้อหาสำคัญภายในการอบรมครอบคลุมทั้งผลกระทบจากวิกฤตโลก ความเสี่ยงด้าน Supply Chain ต้นทุนการดำเนินงานในยุคค่าพลังงานและค่าระวางขนส่งผันผวน รวมถึงความเสี่ยงด้าน Cybersecurity และการใช้ AI อย่างเหมาะสมในภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Workshop จำลองสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกวิเคราะห์ความเสี่ยง วางแผนรับมือ และออกแบบกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กรตนเอง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มองว่า การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการช่วยให้ธุรกิจ “อยู่รอด” แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญให้ภาคโลจิสติกส์ไทยสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันระดับโลก
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ (ยกเว้นธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร) จำนวน 37,999 ราย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย และยิ่งตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งพัฒนาผู้ประกอบการให้พร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

