การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ประกาศทิศทางการพัฒนาองค์กรในโอกาสครบรอบ 75 ปี โดยมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือของประเทศให้ทันสมัย พร้อมเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และการขนส่งแบบไร้รอยต่อ รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจในยุคใหม่ ภายใต้นโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า องค์กรกำลังเดินหน้าพัฒนาโดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับการบริหารจัดการท่าเรือ ควบคู่กับการบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเติบโตอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ภายใต้แนวคิด “Empowering Thailand’s Future” กทท. ได้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Port) ที่ใช้ระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ การพัฒนาท่าเรือสีเขียว (Green Port) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนรอบท่าเรือ การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ในระดับภูมิภาค และการผลักดันโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2569 กทท. ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 8,306 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,571 ล้านบาท ขณะที่ปริมาณเรือเทียบท่าและปริมาณสินค้าผ่านท่าก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตู้สินค้าที่เติบโตถึง 9.19% สะท้อนถึงบทบาทของท่าเรือไทยที่ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าและการขนส่งของประเทศ

ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กทท. เร่งยกระดับท่าเรือกรุงเทพสู่ท่าเรือกึ่งอัตโนมัติ พร้อมพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าและศูนย์เชื่อมโยงการขนส่งหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพื้นที่และลดต้นทุนโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันยังพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อกับโครงข่ายคมนาคมหลัก เพื่อลดปัญหาการจราจรและเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งสินค้า

ส่วนท่าเรือแหลมฉบังยังคงเดินหน้าโครงการระยะที่ 3 อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการค้าในอนาคต ขณะที่ท่าเรือภูมิภาค เช่น ท่าเรือระนอง ท่าเรือเชียงแสน และท่าเรือเชียงของ ก็ได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับบทบาททางเศรษฐกิจของแต่ละพื้นที่ เพื่อเสริมศักยภาพการค้าในระดับภูมิภาคและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจ กทท. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การพัฒนาท่าเรือเติบโตควบคู่ไปกับสังคมอย่างยั่งยืน สะท้อนวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมในระยะยาว