ภาครัฐยกระดับการรับมือวิกฤตธรรมชาติและโลจิสติกส์การค้าอย่างเข้มข้น โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสภาวะฝนตกหนักทั่วประเทศอย่างเต็มกำลัง พร้อมเร่งกระจายข้อมูลการแจ้งเตือนภัยและสิทธิประโยชน์จากโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถเตรียมตัวและรับการความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ในมิติของภาคการค้าต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์จับตาและติดตามสถานการณ์ระบบขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อภาคการส่งออกและความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมแสดงความขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันคลี่คลายอุปสรรคจนทำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยอมทบทวนการระงับรับ-ส่งสินค้า อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องเฝ้าระวังและกระชับกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลำเลียงสินค้าพาณิชย์ทางอากาศกลับมาไหลลื่นและสะดุดน้อยที่สุด
สำหรับการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในระดับพื้นที่ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดเตรียม "ส้วมกระดาษ" จำนวน 1,500 ชุด ส่งมอบผ่านศูนย์กลางกระจายของกระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดส่งตรงไปยังพื้นที่ประสบภัยที่ขาดแคลนสุขอนามัยอย่างเร่งด่วน โดยหากพื้นที่ใดทั้งในส่วนภูมิภาคหรือกรุงเทพมหานครยังคงมีความต้องการเพิ่มเติม สามารถแจ้งพิกัดและปริมาณความต้องการเข้ามาได้ตลอดเวลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งประสานนำส่งความช่วยเหลือไปถึงมือผู้เดือดร้อนโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้วางมาตรการตรึงกำลังดูแลระบบการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนสินค้าในพื้นที่น้ำท่วมขังที่เส้นทางคมนาคมตัดขาด โดยกำชับกรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจเช็กสต็อกสินค้าจำเป็นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะมีปัจจัยสี่เพียงพอต่อการดำรงชีพท่ามกลางวิกฤตฝนตกหนักในรอบนี้
พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งคำเตือนไปยังผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าหรือกักตุนสินค้าในช่วงที่ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด โดยเน้นย้ำว่าหากพบเห็นการจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่ปิดป้ายแสดงราคา ประชาชนสามารถร้องเรียนมายังสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งทีมสายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นสูงสุดทันที

