ที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เดินหน้าขับเคลื่อนพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีมติเห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ “สมาร์ท โลจิสติกส์” ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
โครงการสมาร์ท โลจิสติกส์ในฉะเชิงเทรา ตั้งอยู่บริเวณถนนสุขุมวิท อำเภอบางปะกง บนพื้นที่ประมาณ 29 ไร่ ถูกวางให้เป็นศูนย์กระจายสินค้าระดับนานาชาติ (IDC) ที่เน้นความแม่นยำและประสิทธิภาพสูง รองรับกลุ่มผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้า โดยจะนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น 5G ระบบติดตาม GPS หุ่นยนต์ AGV ชั้นวางอัตโนมัติ (ASRS) และการประมวลผลด้วย AI คาดว่าจะดึงดูดเงินลงทุนราว 1,350 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานประมาณ 350 คน
ในอีกด้านหนึ่ง ที่ประชุมยังรับทราบผลการศึกษาของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ที่เสนอให้จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ EEC เพิ่มเติม โดยจุดแข็งสำคัญอยู่ที่ทำเลที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เดิมของ EEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีฐานอุตสาหกรรมเป้าหมายอยู่แล้วถึงประมาณ 25% รวมถึงศักยภาพในการต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรจากการเป็นเมืองสมุนไพร
อย่างไรก็ตาม การขยายพื้นที่ยังมีความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในระยะ 1–2 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะชุมชน การพัฒนาโรงไฟฟ้าจากขยะ การจัดการน้ำเสีย และการวางผังการใช้ที่ดินให้สมดุลระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม เพื่อให้การพัฒนาเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
กพอ. ได้เห็นชอบในหลักการของการขยายพื้นที่ดังกล่าว และมอบหมายให้ สกพอ. นำข้อเสนอแนะไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มเติม ก่อนนำกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาอีกครั้งในขั้นตอนต่อไป ขณะเดียวกัน ยังมีการรายงานความคืบหน้าการพัฒนา EEC ซึ่งปัจจุบันมีเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษรวมแล้ว 46 แห่ง และมีระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ (EEC OSS) ที่รองรับคำขอได้มากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมทั้งการอนุญาต ก่อสร้าง และสิทธิประโยชน์การลงทุน
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า EEC กำลังเร่งเครื่องอย่างจริงจัง ทั้งการยกระดับโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยี และการขยายพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของภูมิภาคในอนาคต

