‘เอกนิติ’ เดินหน้า Big Wins 4 ปี ปักหมุดลงทุนดึง FDI 9.7 แสนล้าน ฟื้นเศรษฐกิจไทยรอบใหม่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศยุทธศาสตร์ “Big Wins” ระยะ 4 ปี เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่ง ท่ามกลางความเสี่ยงทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยระบุว่าแม้เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวและพ้นภาวะวิกฤติรุนแรงแล้ว แต่ปี 2569 ยังต้องรับมือมรสุมใหญ่ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภัยธรรมชาติ และความเปราะบางเชิงโครงสร้างในประเทศ
ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้เร่งมาตรการ “Quick Big Win” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปรับเพิ่มจากระดับคาดการณ์ 0.3% ขึ้นมาอยู่ที่ 2.5% สะท้อนทิศทางที่เริ่มกลับมามีแรงส่ง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ ทั้งความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจที่เชื่อมโยงการเมืองกับเศรษฐกิจ ภาระงบประมาณจากภัยพิบัติ รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง สังคมผู้สูงอายุ และการลงทุนภาคเอกชนที่ซบเซามายาวนาน
ยุทธศาสตร์ Big Wins จึงกำหนด “การลงทุน” เป็นหัวใจหลักของการฟื้นเศรษฐกิจ โดยเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเศรษฐกิจสีเขียว การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ และการลงทุนด้านกฎหมายเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการพลังงานสะอาด เปิดรับซื้อไฟฟ้าโดยตรงแบบ Direct PPA และใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเครื่องมือระดมทุน เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะ พร้อมใช้จุดยืนความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ควบคู่พลังงานสะอาดเป็นแรงดึงดูดนักลงทุน ปัจจุบันมีเม็ดเงินรออนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กว่า 1.8 ล้านล้านบาท และหากเร่งปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าปีนี้ FDI จะพุ่งแตะ 9.7 แสนล้านบาท เติบโตเกือบ 20%
ในมิติการพัฒนาคน รัฐบาลตั้งเป้าปฏิรูปการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ควบคู่โครงการ “Skill Bridge” ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ภาคเอกชนที่ร่วมพัฒนาหลักสูตรและรับนักศึกษาเข้าทำงาน เพื่อสร้างกำลังแรงงานที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจจริง
ขณะที่ด้านกฎหมาย เตรียมผลักดันกฎหมายรวบยอดด้านการลงทุน หรือ Omnibus Law เพื่อเร่งขั้นตอนอนุมัติโครงการ ลดอุปสรรคเรื่องวีซ่า แรงงานทักษะสูง และข้อจำกัดด้านที่ดิน พร้อมนำระบบ BOI Fast Pass มาใช้เต็มรูปแบบ เพื่อให้การลงทุนเดินหน้าได้รวดเร็วขึ้น
นายเอกนิติย้ำชัดว่า แนวทางขับเคลื่อนประเทศในระยะต่อไปคือ “การลงทุน การลงทุน และการลงทุน” เพราะการดึงเม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาแข็งแกร่ง และก้าวข้ามภาพลักษณ์ประเทศเปราะบางไปสู่การเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่มั่นคงของเอเชียอีกครั้ง

